ดูซีรีย์เกาหลีออนไลน์ Boys Over Flowers


คูเฮซอน รับบทเป็น กึมจันดี

เธอเคยเล่นละครซิทคอมมาแล้ว 5 เรื่อง และเล่นภาพยนตร์มาแล้วอีก 2-3 เรื่อง แต่สำหรับเรื่อง Hana Yori Dango นี้เป็นละครวัยรุ่นเรื่องแรกของเธอ”ละครที่ชั้นเล่นมาทั้งหมดเป็นละครย้อน ยุค เพราะงั้นตอนนี้ชั้นรู้สึกคุ้นเคยกับการแสดงละครย้อนยุคมากกว่า แต่หลังจากที่ได้เข้ามาแคสในละครวัยรุ่นเรื่องนี้ ชั้นก็รู้สึกว่าสามารถควบคุมการแสดงของตัวเองให้มีความหลากหลายมากขึ้น”

“ชั้นไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับละครเรื่องนี้มา ก่อน แต่เมื่อประมาณปีที่แล้วมีแฟนๆเข้ามาถามชั้นเกี่ยวกับเรื่องการทดสอบบทละคร เรื่องนี้ ดังนั้นชั้นจึงไปสอบถาม และได้ยินมาว่าจะมีการจัดการถ่ายทำขึ้นจริงๆชั้นเคยคิดว่าจะมาเข้าร่วมละคร เรื่องนี้ดีรึเปล่า เพราะชั้นได้ปรับปรุงบุคลิกและภาพลักษณ์ของชั้นให้เข้ากับละครย้อนยุคไปแล้ว และชั้นก็รู้สึกกังวลที่จะกลับไปใช้ภาพลักษณ์ทอมบอย ห้าวๆเหมือนตอนที่เดบิ้วต์แต่ชั้นคิดว่าถ้าชั้นไม่เข้าร่วมในละครนี้ อาจจะไม่มีโอกาสอีกในอนาคต ดังนั้นชั้นจึงตัดสินใจเข้าร่วม”อย่ามาเล่นตลกกับชั้น เพราะชั้นเป็นพี่สาวนะการถ่ายทำเป็นไปอย่างสนุกสนานและทำให้นึกถึงเรื่อง Nonstop5 (ที่เป็นละครตลก ที่มี MCม่ง , HaHa,, Jan Geun Seok, Han Ye Sul,,Tablo etc.)

“มันสนุกที่ได้ใส่ชุดนักเรียนอีก ชั้นชอบชุดนักเรียนมากๆ หลังจากที่การถ่ายทำจบ ชั้นจะขอชุดนักเรียนจากทีมงาน เพราะว่ามันอาจจะเป็นชุดนักเรียนชุดสุดท้ายที่ชั้นจะได้ใส่เพราะงั้นชั้น อยากจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก” น่ารักแล้วก็เฟรนลี่มากๆ ชั้นเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยสนิทกับใครก่อนเพราะชั้นขี้อาย เพราะงั้นชั้นจึงรู้สึกขอบคุณพวกเค้ามากๆที่กล้าหาญกว่าชั้น แต่ชั้นไม่ค่อยชอบเวลาที่พวกเค้าเรียกชั้นว่า นูน่า ต่อหน้าคนอื่น ชั้นรู้สึกประหลาดใจมากที่มินโฮบอกว่าเค้าอายุน้อยกว่าชั้น 3 ปี” (ขำ)”จันดีเป็นคนที่ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง เธอเป็นคนที่มีความมั่นใจสูงและมีพลังของผู้หญิงเยอะมากจันดีทะเลาะกับคนที่ มาชอบเธอและก็จบลงที่ว่าเธอหลงรักจุนเปียว (เค้าใช้ว่าจุนพโย ดูดีกว่ามะ) จีโฮเป็นคนที่จริงๆแล้วจันดีไม่ได้ต้องการ แต่เป็นคนบางคนที่เธอคาดหวังไว้ จีโฮเป็นคนที่จันดีต้องการจะปกป้องและต้องแรกเธอเข้าใจผิดว่ามันเป็นความรัก บางทีนั่นเป็นข้อแตกต่างที่จันดีเห็นระหว่างความรักที่ให้จุนพโยและจีโฮ”

จุนเปียว รับบทโดย ลีมินโฮ

ในโลกของจุนเปียว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เค้าเกิดมาเป็นหนึ่งใน 30 ตระกูลที่รวยที่สุดของโลก เป็นลูกชายคนเดียวของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเค้ายังใช้ชีวิตในแบบที่เค้าต้องการ และได้ทุกอย่างที่เค้าอยากได้เสมอ เค้าเป็นคนที่ไม่เคยต้องรู้ว่าความผิดหวังและความยากลำบากคืออะไร” ตอนที่ผมไปออดิชั่นบทนี้ ผมถึงขนาดดัดผมไปด้วย ผมอยากที่จะแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ของผม” “ตอนที่ผมได้รับเลือก ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะขวางผมได้ [PUHAHAH]ผมก็เริ่มที่จะคิดว่าจะทำยังไงให้ตัวเองเป็นหนุ่มไฮโซเต็มตัว หลังจากที่ได้บทเมื่อเดือน 8ที่ผ่านมาจุนเปียวเป็นคนที่สามารถจะทำทุกอย่างได้ยกเว้นการว่ายน้ำ เค้าสามารถขี่ม้า เล่นกอล์ฟ สควอซ์ และเปียโน ผมต้องเรียนทั้งหมด และผมต้องดัดผมถึง 4ครั้งเพื่อที่จะให้ได้แบบที่ต้องการจุนเปียวเป็นคนน่ากลัว นิสัยรุนแรง และมีเสน่ห์ แต่เมื่อเค้าพบนางเอก จุนเปียวจะกลายเป็นเหมือนมนุษย์ทั่วไปมากขึ้น ผมคิดว่าถึงแม้จะเป็นผู้ชายก็ยังมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ (ขำ)
Q : คุณไม่คิดว่าความสูง 185ซม นี่มันสูงไปหน่อยเหรอ?

A (มินโฮ) : จุนเปียวควรจะมีความสูง 185ซม!! (ขำ)
ถึงแม้ว่าเค้า(จุนเปียว)จะเป็นคนหยาบคาย แต่ท่าทางและออร่าของเค้าคือสิ่งที่ผมต้องโชว์ออกมาทางละครผู้กำกับคอยบอก พวกเราตลอดว่าต้องแสดงท่าทางยังไงให้ออกมาดีก่อนที่จะถ่ายทำ ผมค่อนข้างกังวลและรู้สึกกดดันที่จะรับบทนี้ แต่วันที่ถ่ายทำ มันน่าประหลาดที่ความรู้สึกเหล่านั้นมันหายไปหมด และผมรู้สึกรีแลกซ์มากขึ้น

ยุนจีโฮ รับบทโดย คิมฮยอนจุง

ผมไม่เคยสังเกตตัวเอง แต่สำหรับละครเรื่องนี้ที่ผมได้ลองกลับมาสังเกตตัวเองละครเรื่องนี้เป็น การ์ตูนเรื่องแรกที่ผมอ่าน ตอนที่ผมเข้ามาออดิชั่นกับทาง group 8 ผมอยากจะกลับไปยืมหนังสือจากร้านเช่าการ์ตูนมาอ่าน แต่ผมก็อาย มันน่าอายที่จะเดินเข้าไปในร้านแล้วไปในชั้นหนังสือแนววัยรุ่น ดังนั้นผมเลยบอกให้ผู้จัดการของผมไปที่ ร้านหนังสือที่ชื่อ ChunGaeChun เพื่อที่จะไปซื้อหนังสือทั้งชุดกลับมาอ่านที่บ้าน ตอนนี้หนังสือที่ซื้อมากระจัดกระจายเต็มบ้านไปหมด เพราะว่าผมอ่านแล้วอ่านอีกเพื่อที่จะเข้าใจถึงบทที่ได้รับผมรู้สึกขนลุกและ ก็ยังรู้สึกแปลกๆ ที่จะต้องพูดตามคำพูดเลี่ยนๆในบทที่ได้รับ แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาเพราะว่าคนดูจะได้เห็นผมที่เล่นในบทยุนจีโฮ ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นหนุ่มโรแมนติก และผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้คนดูผิดหวังจากบทที่ได้รับเป็นลูกเศรษฐี จีโฮเป็นชายหนุ่มที่สุดแสนจะเพอร์เฟคไปซะทุกเรื่อง “เพราะงั้นตอนนี้ผมกำลังฝึกจับตะเกียบอย่างถูกต้อง” ตอนแรกมันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดมากๆที่ต้องมาเจอหน้าเมมเบอร์คนอื่นใน แต่หลังจากที่เราจัดปาร์ตี้โซจู แล้วเราก็ดื่มกันไปนิดหน่อย เราก็ค่อยๆสนิทกันมากขึ้น แล้วก็ปล่อยความกังวลและความกดดันทุกอย่างไปในคืนนั้น ผมโทรหาคิมบอมเพื่อไปเล่นพูลในวันที่ว่างๆ และมันก็ง่ายขึ้นมากที่จะแสดงละครด้วยกันเพราะว่าตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้น.. ตอนนี้ผมจึงอยากจะกลับไปถ่ายฉากที่เราถ่ายกันวันแรกใหม่ ตอนที่ผมบอกเพื่อนว่าพรมจะมาแคสละครเรื่องนี้ เพื่อนๆก็แค่บอกว่า “ให้ผมทำตัวเหมือนที่ผมทำปกติ”ฮยอนจุงได้บทที่ตรงกับคาแรกเตอร์ โดยบทของยุนจีโฮค่อนข้างจะ 4D เหมือนตัวเค้าเอง” ผมเป็นคนขี้อายเหมือนกัน เพราะงั้น 80% ของนิสัยผมค่อนข้างจะเหมือนในบทที่ได้ แต่ว่ายุนจีโฮจะอ่อนโยน มีความเด็ดขาดและซึ่งทำให้ดูมีอำนาจมากกว่า.. ในบทผมต้องชอบที่จะออกไปปาร์ตี้ตามที่ผู้ชายชอบไป เพราะงั้นผมจะฝึกให้มากกว่านี้อีกนิด” (อันนี้เรียกร้องอยากฝึกเองป่าววะ) “ผมเล่นกีตาร์ได้ เพราะงั้นผมค่อนข้างจะคุ้นเคยกับการใช้มือซ้ายในการจับคอร์ด แต่มันยากตรงที่ต้องควบคุมไม้ที่ใช้สีไวโอลิน แต่ว่าตอนนี้ผมสามารถเล่นเพลง Happy Birthday ด้วยไวโอลินได้แล้ว ”

โซอีจัง รับบทโดย คิมบอม

บอกตรงๆเลยว่าผมรู้สึกกดดันที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่ง มันคงเป็นการโกหกถ้าจะบอกว่าผมไม่รู้สึกกดดันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ผมพยายามอย่างมาก ดังนั้นผมหวังว่าจะทำได้ดีในละครเพื่อที่จะทำให้ละครเป็นที่ยอมรับของคนดูใน เกาหลี ผมจะได้รับบทเป็นลูกชายของศิลปินทำเซรามิกชื่อดัง และเป็นเจ้าของพิพิธพันธ์ในเกาหลี โดยคนทั่วไปจะรู้จักผมตั้งแต่อายุ 16 ในฐานะของลูกชายคนทำเซรามิชื่อดังที่ ยูเนสโกเลือกให้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ บทของผมที่ได้รับเป็นบทเพลย์บอย แต่ลึกๆแล้วบทนี้เป็นบทที่เจ็บปวดเค้าเคยเจ็บปวดจากความรักครั้งแรกในอดีต และยังมีความเศร้าที่เกิดกับครอบครัวของเค้า “ผมเคยรับบทเป็นเด็กวัยรุ่นในละครเและตอนนี้ผมกำลังได้รับบทที่โตขึ้น คือเป็นเพลย์บอยซึ่งต่างจากบทที่ผมได้รับในละครเรื่องที่แล้ว”
“มันสำคัญมากที่จะจดจ่อไปที่คาแรกเตอร์ของบทที่ได้รับ และแสดงออกมาให้สมบทบาทมากที่สุด ไม่ว่าจะอ่านบทสองครั้งหรือร้อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่อ่านบทมันเหมือนจะเปลี่ยนไปทุกครั้ง ดังนั้นถ้าผมเข้าใจบทได้มากที่สุด ผมคิดว่าผมจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และมองจากมุมมองของบทนี้เวลาถ่ายทำได้ นั่นเป็นจุดมุ่งหมายของผม” ในบทของโซอีจังเป็นคนที่ค่อนข้างจุกจิก ช่างเลือก และรู้ว่าจะทำยังไงให้เค้าดูสมบูรณ์แบบ และมีภาพลักษณ์ที่ดีในระหว่างการถ่ายทำคิมบอมสนใจในขั้นตอนของการถ่ายทำและ การเลือกเครื่องแต่งกายให้ F4 ผมคือ โซอีจัง แน่นอนผมต้องแสดงเป็นตัวเค้า โซอีจังคนที่มั่นใจว่าความเห็นของเค้ามีคนฟังและสนใจตลอดเวลา (ขำ)

อูบิน รับบทโดย คิมจุน

ผมไม่ค่อยสนใจในการอ่านการ์ตูน แต่ผมก็อ่านเรื่องนี้เพื่อที่จะมารับบทนี้ ผมรู้สึกประหลาดในที่ได้รับเรื่องให้มารับบทนี้ บริษัทของผมบอกให้ผมมาออดิชั่นดังนั้นผมจึงมา แต่ผมไม่รู้มาก่อนว่ามันเป็นเรื่องนี้ จนกระทั่งผมเข้าไปออดิชั่น ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้เลือกให้เล่นบทนี้ ผมแค่คิดว่านี่เป็นการออดิชั่นครั้งแรก ดังนั้นผมก็แค่ทำตามที่พวกเค้าบอกให้ทำ (ขำ) แต่ผมไม่อยากให้คนดูหรือผู้กำกับคิดว่าทำไมพวกเราถึงเลือกเค้ามา ดังนั้นผมถึงพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อคนดู

เพราะผมไม่อยากให้พวกเค้าผิดหวังในตัวผม และแฟนๆที่คาดหวังกับละครเรื่องนี้

T-Max คือวงของคิมจุนซึ่งเค้าเป็นน้องเล็กที่สุด แต่สำหรับละครเรื่องนี้ จุนคือคนที่แก่ที่สุด

” สมาชิกในวงของผมมารู้กันที่หลังว่าผมได้รับเลือกให้เล่นในละครหลังจากที่มี การประกาศอย่างเป็นทางการถึงคนที่ได้รับเลือกให้เล่นเป็น F4 พวกเค้าบอกว่าผมเป็นคนทรยศเพราะไม่บอกให้พวกเค้ารู้ตั้งแต่แรก แต่ผมต้องการเก็บเป็นความลับเพราะว่าผมรู้สึกกดดันและกลัว”
“ผมรักที่จะเป็นนักร้องและอยากที่จะเป็นนักแสดง ผมไม่สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทั้งสองอย่างมันแตกต่างกันและมีความเป็นเอกลักษณ์ของมัน และผมต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของมัน”
“ในสมาชิก F4 ผมแก่ที่สุด มันน่าอึดอัดเพราะว่าผมเป็นน้องเล็กสุดมาตลอด แต่เด็กๆ (F4 ที่เหลือ) ก็เป็นคนดี เชื่อฟังผม พวกเค้าน่ารักแล้วก็ช่วยผมมากๆ ผมขี้อายมากๆแต่ถ้าผมรู้จักคนๆนั้นดีแล้ว ผมก็จะสนิทสนมด้วยเต็มที่”
” ในละคร ผมได้รับบทเป็นเพลย์บอย และนั่นก็เป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะว่าเวลาที่ผมสนใจผู้หญิงผมไม่สามารถจะเข้าไปคุยกับเธอแบบปกติได้ ดังนั้นมันจะจบลงตรงที่ผมเลือกที่จะไม่สนใจเธอ
บางทีผมน่าจะอินกับบทมากๆและก็เริ่มมีข่าวลือพวกเรื่องอื้อฉาวบ้าง (ขำ)”

Comments are closed.